ทำความรู้จักกับราคาต่อรองในการพนันบอลออนไลน์

การทำความเข้าใจราคาต่อรอง (Odds) ในการพนันบอลออนไลน์เป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักเดิมพัน เพราะราคาต่อรองจะมีผลโดยตรงต่อการจ่ายเงินรางวัลและการตัดสินใจในการเดิมพัน ในบทความนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับราคาต่อรองที่พบบ่อยในการพนันฟุตบอล รวมถึงวิธีการอ่านและคำนวณราคาต่อรองในแต่ละประเภท

ประเภทของราคาต่อรองในการพนันบอลออนไลน์

  1. ราคาต่อรองแบบอัตราต่อรองทศนิยม (Decimal Odds)

    ราคาต่อรองแบบทศนิยม หรือที่เรียกว่า ราคาต่อรองแบบยุโรป เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมในยุโรปและทั่วโลก โดยการคำนวณรางวัลจะเป็นการคูณเงินเดิมพันของคุณกับอัตราต่อรองที่ระบุ

    ตัวอย่าง:
    หากอัตราต่อรองคือ 2.00 และคุณเดิมพัน 100 บาท หากชนะคุณจะได้รับเงินรางวัลรวม 200 บาท (รวมเงินเดิมพัน 100 บาท + กำไร 100 บาท)

    วิธีคำนวณ:
    เงินรางวัล = เงินเดิมพัน × อัตราต่อรอง
    เช่น 100 บาท × 2.00 = 200 บาท

  2. ราคาต่อรองแบบอัตราต่อรองเศษส่วน (Fractional Odds)

    ราคาต่อรองแบบเศษส่วนหรือที่รู้จักกันในชื่อ ราคาต่อรองแบบอังกฤษ ใช้รูปแบบการแสดงในลักษณะเศษส่วน เช่น 5/1 หรือ 1/2 ซึ่งหมายความว่า “สำหรับการชนะ 1 ครั้ง จะได้รับเงินเท่าไร”

    ตัวอย่าง:

    • หากอัตราต่อรองเป็น 5/1 และคุณเดิมพัน 100 บาท หากชนะคุณจะได้กำไร 500 บาท (กำไรจากการชนะ 5 เท่าของเงินเดิมพัน) รวมเงินเดิมพัน 100 บาท จะได้รวมทั้งหมด 600 บาท
    • หากอัตราต่อรองเป็น 1/2 และคุณเดิมพัน 100 บาท หากชนะคุณจะได้กำไร 50 บาท (กำไรจากการชนะครึ่งหนึ่งของเงินเดิมพัน) รวมเงินเดิมพัน 100 บาท จะได้รวมทั้งหมด 150 บาท
  3. ราคาต่อรองแบบอเมริกัน (American Odds)

    ราคาต่อรองแบบอเมริกันหรือที่เรียกว่า ราคาต่อรองแบบมันนี่ไลน์ (Moneyline) เป็นระบบที่นิยมในสหรัฐอเมริกา โดยจะมี 2 รูปแบบหลักๆ ได้แก่ ราคาต่อรองที่เป็นบวก (Positive Odds) และราคาต่อรองที่เป็นลบ (Negative Odds)

    • ราคาบวก (เช่น +200): หมายความว่า หากคุณเดิมพัน 100 บาท คุณจะได้รับกำไร 200 บาท (ตามตัวเลขที่ระบุ)
    • ราคาลบ (เช่น -150): หมายความว่า คุณต้องเดิมพัน 150 บาท เพื่อที่จะได้กำไร 100 บาท

    ตัวอย่าง:

    • อัตราต่อรอง +200 หมายความว่า เดิมพัน 100 บาท ได้กำไร 200 บาท
    • อัตราต่อรอง -150 หมายความว่า ต้องเดิมพัน 150 บาท จึงจะได้กำไร 100 บาท
  4. ราคาต่อรองแบบเอเชียนแฮนดิแคป (Asian Handicap)

    ราคาต่อรองในรูปแบบนี้จะมีกฎเกณฑ์ที่แตกต่างจากการแทงบอลปกติ โดยจะมีการให้แต้มต่อกับทีมหนึ่ง ซึ่งอาจจะทำให้ทีมที่มีความแข็งแกร่งน้อยกว่ามีโอกาสชนะมากขึ้น หรือสร้างความสมดุลในการแข่งขัน

    ตัวอย่าง:

    • ทีม A (-1) พบ ทีม B (+1): ทีม A จะต้องชนะมากกว่าหนึ่งประตู เพื่อให้ผู้ที่เดิมพันทีม A ชนะเดิมพัน หากทีม A ชนะเพียง 1 ประตู จะถือว่าเสมอ (คืนเงินเดิมพัน)
    • ทีม A (-0.5) พบ ทีม B (+0.5): หากทีม A ชนะจะถือว่าชนะเดิมพัน หากทีม B ชนะหรือเสมอ ผู้ที่เดิมพันทีม B จะชนะเดิมพัน

การเลือกประเภทของราคาต่อรอง

การเลือกประเภทของราคาต่อรองนั้นขึ้นอยู่กับความสะดวกและความถนัดของผู้เดิมพัน หากคุณเป็นมือใหม่และไม่เคยเล่นการพนันบอลออนไลน์มาก่อน อัตราต่อรองแบบทศนิยมอาจจะเข้าใจง่ายที่สุด แต่หากคุณชอบความท้าทายและต้องการความละเอียดในการคำนวณ อัตราต่อรองแบบเศษส่วนหรืออเมริกันก็เป็นตัวเลือกที่ดี

สรุป

ราคาต่อรองในการพนันบอลออนไลน์เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการคำนวณกำไรและความเสี่ยงจากการเดิมพัน โดยมีหลายประเภทให้เลือก เช่น ราคาต่อรองแบบทศนิยม, ราคาต่อรองแบบเศษส่วน, ราคาต่อรองแบบอเมริกัน และราคาต่อรองแบบเอเชียนแฮนดิแคป แต่ละประเภทมีข้อดีและวิธีการคำนวณที่แตกต่างกัน ดังนั้นการทำความเข้าใจราคาต่อรองและวิธีคำนวณจะช่วยให้คุณสามารถเลือกเดิมพันอย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มโอกาสในการชนะมากขึ้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *